Thermage คืออะไร อยู่ได้นานเท่าไหร่
การยกกระชับผิวเพื่อฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ด้วยเทคโนโลยี เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมานาน โดยเฉพาะกับนวัตกรรมที่ไม่ต้องเสี่ยงเจ็บตัว ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดศัลยกรรม และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นหลังรักษา ซึ่งทุกวันนี้หนึ่งในเครื่องมือยกกระชับที่ได้ใจคนจำนวนไม่น้อยไปคือ Thermage เพราะสามารถช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงใต้ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังประสบปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีไขมันสะสมใต้ชั้นผิวค่อนข้างมากจนเป็นแก้มกลม ๆ กับเหนียง หรือปัญหาเซลลูไลท์ (Cellulite) ตามส่วนอื่น ๆ บนร่างกาย ทำให้ผิวไม่เรียบเนียนดูเหมือนเปลือกส้ม โดย Thermage สามารถมอบใบหน้ากระชับ เรียวสวย รวมถึงผิวที่เรียบเนียนอ่อนเยาว์ได้ด้วยการทำเพียงครั้งเดียว ทว่าผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 2 ปีจุก ๆ
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
ToggleThermage คืออะไร ?
เมื่ออายุมากขึ้น ทั้งคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินใต้ชั้นผิวย่อมเสื่อมสภาพไปทีละน้อยตามธรรมชาติ ผิวจึงเริ่มปรากฏริ้วรอยแห่งวัย ความหย่อนคล้อย อาจมีชั้นไขมันสะสมเพิ่มมากขึ้น หรือผิวไม่สามารถยกตัวได้ดีดังเคย ทำให้เกิดการฝ่อและยุบตัวลง ส่วนที่เห็นชัดที่สุดก็คือใบหน้าที่ขาดความกระชับ แก้มย้อย เหนียงเป็นชั้น ๆ หรือเกิดเซลลูไลท์ใต้ชั้นผิวตามส่วนอื่น ๆ บนร่างกาย ด้วยเหตุนี้เทคโนโลยียกกระชับจึงเข้ามามีบทบาท สำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ และไม่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ
เทอร์มาจ (Thermage) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเพื่อการยกกระชับผิวและสลายไขมัน ทำงานผ่านคลื่นวิทยุความถี่สูงชนิดขั้วเดียว (RF : Radio Frequency) ซึ่งจะส่งพลังงานความร้อนลงลึกได้ถึงชั้นหนังแท้ และไขมันใต้ชั้นผิว แต่ Thermage จะไปไม่ถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า โดยโครงสร้างผิวของเรา ประกอบด้วยชั้นผิว 3 ชั้น ดังนี้
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) อยู่ด้านนอกสุด ทำหน้าที่ช่วยปกป้องผิวจากบรรดาสารพิษ แบคทีเรีย และการสูญเสียน้ำ
- ชั้นหนังแท้ (Dermis) ชั้นนี้จะมีความหนาและยืดหยุ่น ซึ่งมีองค์ประกอบหลักเป็นคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน
- ชั้นไขมัน (Subcutaneous) ประกอบด้วยเซลล์ไขมันเป็นหลัก
เมื่อพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ชั้นผิวก็จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน อุณหภูมิประมาณ 40 – 50 องศาเซลเซียส กระตุ้นให้คอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินเกิดการหดตัว ส่งให้ผิวบริเวณที่ทำดูกระชับขึ้นทันทีราว 20 – 30% ซึ่งพลังงานความร้อนยังช่วยลดไขมันสะสมใต้ชั้นผิวอีกด้วยค่ะ จึงช่วยสลายไขมันบนใบหน้าและเหนียงได้ดี จากนั้นจึงกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้ผิวได้รับการฟื้นฟูกลับมาดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ที่เคยหย่อนคล้อยก็กระชับได้รูป ใบหน้าเรียวเล็กลง ผิวมีความยืดหยุ่น อิ่มฟู เปล่งปลั่ง เรียบเนียน โดยผลลัพธ์จะชัดเจนที่สุดหลังทำภายใน 3 – 6 เดือน และอยู่ได้นาน 2 ปี ด้วยการทำเพียง 1 ครั้งค่ะ
Thermage ช่วยกระชับผิวและลดริ้วรอยได้อย่างไร ?
พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF : Radio Frequency) ที่ส่งเข้าไปยังชั้นลึกของผิวหนัง จะแยกโมเลกุลน้ำออกจากคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งส่งผลให้คอลลาเจนใต้ชั้นผิวหดตัวทันที ทำให้เส้นใยมีเกลียวแน่นขึ้น ยึดเกาะกันดีขึ้น ผิวจึงดูกระชับขึ้นทันทีค่ะ จากนั้นภายใน 2 – 3 เดือนหลังทำ คอลลาเจนใต้ชั้นผิวจะยังคงถูกกระตุ้นให้สร้างใหม่เรื่อย ๆ ผิวจึงจะยิ่งเนียนกระชับขึ้น ดูอ่อนเยาว์ลง ใบหน้าหรือบริเวณที่มีไขมันสะสมจะเรียวเล็กลง เห็นกรอบหน้าชัดกว่าเดิม ส่วนผิวที่มีปัญหาเซลลูไลท์ก็จะเรียบเนียนขึ้นด้วยการทำเพียงครั้งเดียว
ทำไมคนถึงนิยมทำ Thermage ?
Thermage เป็นนวัตกรรมเพื่อการยกกระชับผิวทั้งสำหรับใบหน้า และบริเวณอื่น ๆ บนร่างกายได้อย่างหลากหลาย ซึ่งไม่เพียงแค่คุณสมบัติช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยเท่านั้น แต่ยังช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น ทำให้ผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง ฟื้นฟูในระดับลึกจนสุขภาพดี ทั้งมอบคืนความอ่อนเยาว์ด้วยการช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ให้แก่ผิวอีกครั้ง ซึ่ง Thermage สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไปเลยค่ะ โดยช่วงอายุที่แนะนำคือ 25 – 60 ปี จะเห็นประสิทธิภาพได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่อยากกระชับหน้าท้องให้เต่งตึงและเรียบเนียนดังเก่า
โดย Thermage ช่วยยกกระชับผิว ฟื้นคืนความอ่อนเยาว์แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีการใช้เข็มเพื่อฉีดสารเติมเต็ม เนื่องจากเป็นการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (RF : Radio Frequency) ส่งคลื่นความร้อนลงไปยังผิวหนังชั้นลึกโดยตรง ซึ่งจะกระตุ้นให้คอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินหดตัว จึงมอบผลลัพธ์เป็นความกระชับหลังทำทันที จากนั้นกระบวนการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ
Thermage ทำตรงไหนได้บ้าง ?
- บริเวณใบหน้าและลำคอ หน้าผาก รอบดวงตา คิ้ว รอบมุมปาก ร่องแก้ม กรอบหน้า หรือเหนียง
- บริเวณลำตัว แขน หลังมือ หน้าท้อง รอบเอว ขา สะโพก บริเวณผิวที่หย่อนคล้อย มีปัญหาเซลลูไลท์ ไม่เรียบเนียน
ใครเหมาะกับการทำ Thermage
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับ ฟื้นฟูผิว โดยไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรม
- ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป เริ่มมีปัญหาผิว หรือต้องการชะลออายุผิว
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวบริเวณใบหน้า ลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน เพิ่มความเปล่งปลั่ง ให้แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- ผู้ที่ใบหน้าและผิวหน้าหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก กรอบหน้าดูชัดขึ้น
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้ม ใต้คาง
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณคอ ต้นแขน หน้าท้อง หลังมือ หรือส่วนอื่น ๆ
- – ผู้ที่มีปัญหาเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้มตามร่างกาย เช่น แขน ขา หน้าท้อง ก้น หรือสะโพก
คนที่ไม่แนะนำให้ทำ Thermage
- คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีอาการผิวหนังอักเสบ มีแผลสด แผลติดเชื้อในบริเวณที่จะทำการรักษา ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจ
- ผู้ที่มีการฝังโลหะในร่างกาย
ทำ Thermage เจ็บไหม ?
เป็นปกติที่หลายคนกังวลว่าระหว่างทำเทอร์มาจจะเจ็บมากไหม เนื่องจากเป็นการส่งพลังงานความร้อนลงไปยังผิวชั้นลึก โดยทั่วไประหว่างทำย่อมเจ็บอยู่บ้างค่ะ แต่เป็นระดับที่ทนได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ความรู้สึกเจ็บจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ระหว่างรักษาคุณจะรู้สึกอุ่น ๆ หรือจี๊ด ๆ โดยก่อนเริ่มจะมีการแปะยาชาให้อยู่แล้ว จึงช่วยลดระดับความเจ็บลงเมื่อผิวหนังโดนความร้อน
ทั้งนี้หากเป็นเครื่องรุ่นใหม่อย่าง Thermage FLX คุณจะรู้สึกเย็น และร้อนลึก ๆ ใต้ชั้นผิว ต่อด้วยรู้สึกเย็นมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่จะมีระบบ Pre and Post Cooling ที่ช่วยให้เจ็บน้อยลง ป้องกันผิวไหม้ จึงช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายระหว่างทำค่ะ
ดูแลตัวเองอย่างไร หลังทำ Thermage ?
- ทาครีมบำรุงผิวเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อลดการระคายเคือง และความร้อนที่อาจยังสะสมอยู่ใต้ชั้นผิว
- งดทำทรีตเมนต์ ขัดผิว หรือทำเลเซอร์ในบริเวณที่เพิ่งทำ Thermage อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- หากต้องออกแดด ควรทาครีมกันแดดเพื่อลดการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นจากแสงแดด
- ดื่มน้ำ บริโภคอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Thermage อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลังทำการรักษาเสร็จสิ้น คุณสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีค่ะ โดยจะพบว่าผิวบริเวณที่ทำกระชับขึ้น หลังจากนั้นจะเป็นการเริ่มกระบวนการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิว ซึ่งผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ใน 3 – 6 เดือน
ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการทำ Thermage จะอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวดั้งเดิม อายุ และการดูแลตัวเองหลังรักษา ฉะนั้นเพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ต่อเนื่องนานขึ้น แนะนำให้กลับมาทำซ้ำปีละ 1 ครั้งค่ะ
สำหรับคนที่กำลังหนักอกหนักใจกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือผิวสูญเสียคอลลาเจนตามช่วงวัย ทำให้มีริ้วรอยปรากฏ ผิวไม่เปล่งปลั่งสดใส หรืออาจกำลังเผชิญปัญหาไขมันสะสมบริเวณใบหน้า เหนียง หรือตามส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย และเจอผิวเปลือกส้มเป็นคลื่นดูไม่น่ามอง เทคโนโลยี Thermage เป็นทางเลือกที่มอบผลลัพธ์น่าพึงพอใจได้อย่างแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่อยากเสี่ยงกับการผ่าตัดศัลยกรรม และไม่อยากเสียเวลาพักฟื้นหลังทำ
ที่สำคัญ Thermage ยังมีเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการรักษาเยี่ยมกว่าเดิม เรียกว่า “Thermage FLX” ค่ะ จุดเด่นคือหัวทิปมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงสามารถส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ผิวชั้นลึกได้ดีขึ้น ลดระยะเวลาในการรักษาลง รวมไปถึงระบบปล่อยความเย็นลงสู่ผิวเป็นระยะ ๆ เพื่อลดโอกาสผิวไหม้ และระบบสั่นที่จะทำให้คุณรู้สึกสบายผิวมากขึ้น และเจ็บน้อยลงระหว่างทำ
ทำ Thermage ที่ไหนดี ?
- มองหาและเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน จดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณะสุขอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ต้องมีความน่าเชื่อถือ มีประวัติเปิดให้บริการมายาวนาน
- ตรวจสอบได้ว่าใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ของแท้ ได้มาตรฐาน
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงจำนวนมากให้ตรวจสอบ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคลินิกนั้น ๆ มีแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านการยกกระชับผิว และมีประสบการณ์การทำ Thermage มานาน
ทำ Thermage ที่ APEX ดีอย่างไร ?
ที่ APEX เราเป็นสถาบันเสริมความงามแบบครบวงจรซึ่งเปิดให้บริการมายาวนาน เราให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีทันสมัย และเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากลเป็นอันดับแรก พร้อมมีแพทย์เฉพาะทางระดับอาจารย์ด้านผิวหนังคอยดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ APEX เป็นคลินิกแรก ๆ ในการนำเข้าเทคโนโลยีและเครื่องมือ Thermage มาใช้ตั้งแต่รุ่นแรก จนถึงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Thermage FLX และเรายังได้รับรางวัลการันตีเรื่องการยกกระชับผิวตลอดระยะกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
หากคุณอยากยกกระชับผิว และกู้คืนความอ่อนเยาว์กลับมาอีกครั้งด้วยเทคโนโลยี Thermage อย่างมั่นใจ ที่ APEX เตรียมพร้อมมอบประสบการณ์ดี ๆ ความสะดวกสบาย และผลลัพธ์ที่จะตรงใจคุณที่สุดด้วยเครื่องมือแท้ได้มาตรฐาน รวมถึงการบริการจากบุคลากร และแพทย์ผเฉพาะทางที่ได้รับการเทรนมาอย่างดีค่ะ แล้วพบกันนะคะ


