Radiesse®ดียังไง ช่วยเรื่องหน้ากระจ่างใสได้จริงหรือไม่
ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์และปราศจากริ้วรอยคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ ทว่าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความเสื่อมสภาพของผิวตามวัย ยิ่งไม่อาจห้ามกระบวนการธรรมชาติของร่างกายที่สูญเสียปริมาณคอลลาเจนใต้ชิ้นผิวไปทุกปี ๆ อันเป็นเหตุของริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และผิวที่ไม่เปล่งปลั่งเต่งตึงเหมือนเก่า ดังนั้นวงการความงามและแพทย์ผิวหนังจึงไม่เคยหยุดคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อต่อสู้และยับยั้งกระบวนการเหล่านี้ ซึ่ง Radiesse® คือสารเติมเต็มใหม่ล่าสุดที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยเติมริ้วรอยร่องลึกของผิวหลังฉีด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอีกต่อด้วย
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
Toggleอย่างไรก็ตามก่อนเลือกฉีด Radiesse® ไม่ควรมองข้ามการทำความเข้าใจ และศึกษารายละเอียดพื้นฐาน โดยในบทความเราจะพาไปเจาะลึกเรื่องสารเติมเต็มชนิดนี้ ว่าคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร เหมาะกับใครหรือไม่เหมาะกับใครบ้าง รวมไปถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และการเตรียมตัวก่อนฉีดกับการดูแลตัวเองหลังฉีด
Radiesse® คืออะไร ?
Radiesse® (เรเดียสซ์) คือ นวัตกรรมฟื้นฟูโครงสร้างใต้ชั้นผิวและสุขภาพของผิวพรรณแบบองค์รวม โดยสารออกฤทธิ์สำคัญคือ “คาฮ่า” (CaHA: Calcium Hydroxyapatite Microsphere) ซึ่งช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวบริเวณที่ฉีดตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย (Biostimulator) เนื่องจากพออายุ 25 ปีขึ้นไป ผิวจะเริ่มเกิดการสูญเสียคอลลาเจนไปเรื่อย ๆ ทุกปี อันเป็นสาเหตุของริ้วรอยตามวัย ไม่ว่าจะร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ขมับตอบ กรอบหน้าหย่อนคล้อย หรือผิวเหี่ยวย่นบริเวณอื่น ๆ บนร่างกาย จึงต้องคืนความอ่อนเยาว์ และฟื้นฟูโครงสร้างของผิวให้กลับมาแข็งแรงด้วยการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ค่ะ
โดย Radiesse® คิดค้นและวิจัยโดย บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายนวัตกรรมความงามระดับโลก ซึ่ง Radiesse® นับเป็น The One of a Kind Regenerative Biostimulator หรือสารฉีดกระตุ้นการสร้างเส้นใยผิวใหม่แบบครบถ้วน 5 ประการ ทั้งนี้ Radiesse® ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากอย. ไทย ซึ่งถูกใช้งานโดยแพทย์ทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี มีงานวิจัยรองรับกว่า 250 ฉบับ นอกจากนี้ CaHA เป็นสารที่พบในกระดูกและฟันอยู่แล้ว จึงเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่เข้ากันได้อย่างดีกับร่างกายมนุษย์ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือกระตุ้นการต่อต้านจากภูมิคุ้มกันร่างกาย และยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยค่ะ
หลักการทำงานของ Radiesse®
เมื่อแพทย์ทำการฉีด Radiesse® เข้าสู่ผิวชั้นลึก CaHA ที่มีลักษณะของอนุภาคเป็นทรงกลมสม่ำเสมอ ขนาด 25 – 45 ไมครอน จะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มของผิว ทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ จางลง จากนั้น CaHA จะออกฤทธิ์เรียก “ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)” เซลล์ต้นกำเนิดคอลลาเจนมารวมตัวกัน ซึ่งเป็นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกายอย่างช้า ๆ โดยภายใน 1 เดือน โครงสร้างและเส้นใยใต้ชั้นผิวจะได้รับการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่ความแข็งแรง ปรากฏเป็นผิวที่กระชับขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น ริ้วรอยหลุมสิวต่าง ๆ จางลง ผิวที่เคยเสื่อมสภาพกลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้งอย่างชัดเจน จากนั้นจะยังคงผลลัพธ์ต่อเนื่องนานถึง 1 ปีค่ะ
Radiesse® ช่วยอะไรบ้าง ?
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I +150% โครงสร้างของผิวแข็งแรงขึ้น ผิวกระชับ เต่งตึง ช่วยสมานแผลบนผิวหนังได้ดี
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type III +130% ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิว ผิวมีความกระชับ ริ้วรอยลดลง เต่งตึงเหมือนผิวเด็กอีกครั้ง
- กระตุ้นการสร้างเส้นใยอีลาสติน +260% ช่วยให้ผิวยิ่งยืดหยุ่นมากขึ้น โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ไม่เป็นร่องเหี่ยวย่นง่าย
- กระตุ้นการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงผิว (Proteoglycan) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว มีน้ำมีนวล ยืดหยุ่น และคืนตัวได้ดี
- กระตุ้นการสร้างหลอดเลือดขนาดเล็กใต้ชั้นผิว (Angiogenesis) ช่วยให้สารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดีขึ้น ผิวจึงสุขภาพดีมีเลือดฝาด
Radiesse® แบ่งออกเป็น 2 รุ่น
Radiesse Filler® และ Radiesse Filler® (+) ซึ่งคุณสมบัติโดยทั่วไปไม่แตกต่างกันค่ะ โดยความแตกต่างเดียวคือ Radiesse Filler® (+) จะมีส่วนผสมของ Lidocane หรือยาชา เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บในขณะฉีดเข้าสู่ชั้นผิว
Radiesse® เหมาะกับใครบ้าง ?
- ผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ผิวสูญเสียคอลลาเจน มีริ้วรอยเกิดขึ้นตามวัย
- ผู้ที่ประสบปัญหาริ้วรอยร่องลึก หรือรอยตื้น ๆ บนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมาก
- ผู้ที่มีปัญหารอยแผลเป็น รอยยุบ หรือหลุมสิว
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และอยากปรับรูปหน้าให้ชัดยิ่งขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนกว้าง หรือผิวหมองคล้ำไม่สดใส
- ผู้ที่มีปัญหาเหี่ยวย่นบริเวณลำคอ หลังมือ หรือเนินอกในผู้หญิง
Radiesse® ไม่เหมาะกับใครบ้าง ?
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้แบบรุนแรง
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา หรือแพ้สารที่เป็นองค์ประกอบใน Radiesse®
- ผู้ที่มีการอักเสบของผิวหนัง หรือการติดเชื้อใกล้บริเวณที่จะทำการรักษา
- ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์สูง
Radiesse® ฉีดจุดไหนได้บ้าง ?
- ขมับ ช่วยแก้ปัญหาขมับตอบ
- ร่องแก้ม มักเกิดขึ้นตามอายุ สามารถทำให้ร่องแก้มตื้นขึ้น ช่วยให้หน้าโดยรวมดูเด็กลง
- ร่องน้ำหมาก เส้นที่ลากจากมุมปากถึงบริเวณคาง หากเชื่อมกับร่องแก้มก็จะยิ่งทำให้ดูมีอายุมากเป็นพิเศษ
- หน้าแก้ม พออายุมากขึ้น บริเวณนี้มักขาดวอลลุ่ม การเติมเต็มบริเวณนี้จะช่วยยกกระชับให้หน้าดูเด็กลง ผิวดีขึ้น
- กรอบหน้า ช่วยให้กรอบหน้ากระชับ มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น
- หลังมือ ผิวเหี่ยวย่นบนหลังมือทำให้ดูมีอายุ การฉีด Radiesse® จะช่วยให้ผิวเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์
- เนินอก ช่วยให้ผิวบริเวณเนินอกของผู้หญิงกลับมาเต่งตึง
- อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ฉีดบริเวณกล้ามเนื้อรอบดวงตา หว่างคิ้ว จมูก ปาก และรอบปากค่ะ ดังนั้นหากคุณมีความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับปัญหาในจุดเหล่านี้ แนะนำให้มองหาการทำหัตถการอื่นแทน เช่น ฉีดฟิลเลอร์ เป็นต้น
การเตรียมตัวก่อนฉีด Radiesse®
- แจ้งแพทย์ก่อนเสมอถึงประวัติการรักษาทางการแพทย์ โรคประจำตัว ยาที่กินเป็นประจำ หรืออาการแพ้
- งดกินยาที่ก่อให้เกิดการแข็งตัวของเลือด จำพวกยากลุ่ม NSAIDs, แอสไพริน หรือวิตามินอาหารเสริมอื่น ๆ
- งดสครับผิว หรือทาครีมที่มีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว เพื่อป้องกันอาการอักเสบหลังจากรักษา
การดูแลหลังฉีด Radiesse®
- งดแต่งหน้า 12 ชั่วโมง หรือจนกว่ารอยเข็มจะหายดี
- งดทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังหรือต้องออกแรงมาก ๆ เช่น การออกกำลังกาย
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด หรือกิจกรรมที่ต้องโดนความร้อน ประมาณ 24 ชั่วโมง
- ประคบเย็น ทา และกินยาที่ช่วยลดอาการช้ำ หากพบว่าผิวมีลักษณะแดง ๆ
- หากรู้สึกว่ามีก้อนใต้ผิวหนัง สามารถกดนวดในบริเวณที่เป็นก้อนเพื่อลดอาการได้
- แจ้งแพทย์ที่ทำการรักษาเสมอ หากจำเป็นต้องมีการตรวจร่างกายอื่น ๆ ในบริเวณที่ฉีด Radiesse® รวมถึงการทำ ทำ X-rays หรือ CT Scans
ข้อควรระวังหลังฉีด Radiesse®
โดยทั่วไปหลังฉีดไม่มีอะไรที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการจับ เกา ถู หรือนวดหน้าแรง ๆ เพื่อป้องกันการอักเสบจากรูเข็มที่ยังปิดไม่สนิท หากผิวมีลักษณะแดง ๆ แนะนำให้ประคบเย็น แต่หากผ่าน 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีดไปแล้ว ควรเปลี่ยนไปประคบอุ่นตามคำแนะนำของแพทย์แทน ทั้งนี้ควรงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนัก ๆ รวมถึงกิจกรรมที่ต้องโดนความร้อน และอย่าเพิ่งออกแดดเป็นเวลา 24 ชั่วโมงค่ะ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
โดยทั่วไปหลังฉีด Radiesse® อาจมีรอยแดง รอยช้ำ อาการคัน เจ็บหรือปวดในบริเวณที่ฉีด ซึ่งสามารถหายเองได้ภายใน 2 – 3 วันค่ะ ทั้งนี้ระยะแรกไม่ควรจับ เกา หรือถูบริเวณที่เพิ่งได้รับการฉีด เนื่องจากรูเข็มยังปิดไม่สนิท อาจเกิดการติดเชื้อได้ ส่วนผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ผิวเปลี่ยนสี ควรเข้าไปพบแพทย์ทันทีค่ะ
Radiesse® กี่วันเห็นผลลัพธ์ ?
หลังฉีด Radiesse® จะเห็นผลเรื่องริ้วรอยที่จางลงและใบหน้าที่อิ่มเต็มขึ้น เนื่องจากเนื้อของตัวยาที่ฉีดเข้าไป จากนั้นภายใน 1 เดือน จะเห็นว่าผิวเริ่มแน่น กระชับขึ้น มีความยืดหยุ่น ริ้วรอยร่องลึกต่าง ๆ จางลงมาก ซึ่งตัวยาจะกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิวต่อไปเรื่อย ๆ มอบผิวที่ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
Radiesse® อยู่ได้นานไหม ?
หลังจากฉีด Radiesse® ตัวยาจะออกฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวเรื่อย ๆ ซึ่งผลลัพธ์ของผิวสุขภาพดี สามารถอยู่ได้นาน 1 ปี หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับร่างกายและการดูแลของแต่ละบุคคล
Radiesse® ต้องฉีดกี่ครั้ง ?
จำนวนครั้งในการฉีด Radiesse® จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรายค่ะ เนื่องจากปัญหาของแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยแพทย์อาจจะแนะนำให้ฉีดติดต่อกัน 1 – 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 1 เดือน
วิธีเช็ก Radiesse® ของแท้
- มีเลขทะเบียนอย. และเอกสารกำกับภาษาอังกฤษ
- หมายเลขล็อตที่กล่องและซองต้องตรงกัน
- มีคิวอาร์โค้ดติดไว้หน้ากล่อง สำหรับสแกนตรวจสอบว่าเป็นของแท้หรือไม่
- มีใบรับประกัน Skin Rejuvenation Card หรือ Radiesse® Club Card
- หรือโทรเช็กเลขล็อตกับบริษัทผู้นำเข้า เมิร์ซ เฮลธ์แคร์ จำกัด โทร. 02 026 1111


