Radiesse (เรเดียสซ์) คือนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูโครงสร้างของผิว ที่จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็มเช่นเดียวกับการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ เพียงแต่ส่วนประกอบหลักนั้นไม่ใช่กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) แต่เป็น CaHA (Calcium Hydroxyapatite Microsphere) ซึ่งมีคุณสมบัติที่เพียงไม่ใช่แค่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกหลังฉีดแก่ใบหน้าทันที แต่ยังออกฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเส้นใยตาข่ายผิวใหม่ ที่มีผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1 ปีทีเดียว เรียกได้ว่าฉีด Radiesse ตัวเดียว สามารถช่วยคืนความอ่อนเยาว์เปล่งปลั่งแก่ผิวได้อย่างคุ้มค่าสุด ๆ แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า Radiesse ต้องฉีดกี่ครั้งจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตามมาหาคำตอบกันเลยค่ะ
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
ToggleRadiesse คืออะไร ?
Radiesse (เรเดียสซ์) เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ซึ่งจะออกฤทธิ์กระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเองตามธรรมชาติ โดยความแตกต่างของ Radiesse กับสารเติมเต็มชนิดอื่นก็คือ สารประกอบสำคัญไม่ใช่กรดไฮยาลูรอนิก (HA: Hyaluronic Acid) แต่เป็น “คาฮ่า ไมโครสเฟียร์” (CaHA: Calcium Hydroxyapatite Microsphere) ซึ่งสารตัวนี้พบได้ในกระดูกและฟันของเรา ดังนั้นจึงสามารถเข้ากันได้กับร่างกายมนุษย์อย่างดีค่ะ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือเกิดการต่อต้านของภูมิคุ้มกันร่างกาย ทั้งสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์
หลังฉีด Radiesse เข้าสู่ชั้นลึกของผิวหนัง ตัวยาที่มีลักษณะอนุภาคเป็นทรงกลมสม่ำเสมอ ขนาด 25 – 45 ไมครอน จะเข้าไปเติมเต็มวอลลุ่มใต้ชั้นผิว จึงช่วยลดริ้วรอยร่องลึกได้ทันที จากนั้นตัวยาจะค่อย ๆ กระตุ้นการทำงานของ “ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts)” เซลล์ต้นกำเนิดคอลลาเจน เพื่อสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทั้งยังกระตุ้นการสร้างเส้นใยอีลาสติน (Elastin) เสริมความแข็งแรงของโครงสร้างใต้ชั้นผิว ผิวยืดหยุ่นคืนตัวได้ดี โดยหลังฉีดภายใน 1 เดือน ผิวจะยกกระชับขึ้น ทั้งเต่งตึง เปล่งปลั่ง อิ่มฟู ชุ่มชื้น ริ้วรอยต่าง ๆ จางลง ซึ่งผลลัพธ์ของ Radiesse อยู่ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 1 ปี
CaHa มีคุณสมบัติน่าทึ่ง 5 ประการ ดังนี้
- ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน Type I +150%
- ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน Type III +130%
- ช่วยกระตุ้นการเรียงตัวของอีลาสตินให้แน่นหนาขึ้น +260%
- ช่วยกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใต้ชั้นผิว (Angiogenesis) ส่งสารอาหารหล่อเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น
- ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงผิว (Proteoglycan) ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู มีน้ำมีนวล
Radiesse ต้องฉีดกี่ครั้ง ?
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำให้ฉีดติดต่อกัน 1 – 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อยทุก 1 เดือนค่ะ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการประเมินปัญหาเป็นรายบุคคลไป ดังนั้นจำนวนครั้งสำหรับการฉีดจึงไม่เท่ากัน
Radiesse อันตรายไหม ?
มั่นใจได้เลยค่ะว่าการฉีด Radiesse ปลอดภัยต่อร่างกายอย่างแน่นอน เพราะนอกจากได้รับการรับรองความปลอดภัยจากทั้ง US FDA, EU FDA และอย.ไทยแล้ว Radiesse ยังปราศจากส่วนผสมของมนุษย์และสัตว์ เป็นสารที่ถูกปรับให้เข้ากันได้ทางชีวภาพของเรา จึงไม่ก่อเกิดอาการแพ้หรือกระตุ้นการต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกัน และยังสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติอีกด้วยค่ะ
Radiesse มีกี่รุ่น ?
Radiesse แบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ Radiesse Filler และ Radiesse+ โดยความแตกต่างคือ Radiesse+จะมีส่วนผสมของยาชา เพื่อช่วยลดความเจ็บขณะฉีดได้
Radiesse เหมาะกับใคร ?
- เหมาะกับผู้ที่ใบหน้าหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ ไม่ยืดหยุ่น
- เหมาะกับผู้ที่ใบหน้าและผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนกับอีลาสติน
- เหมาะกับผู้ที่สุขภาพผิวไม่ดี หรือขาดการบำรุง
- เหมาะกับผู้ที่ผิวหนังแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น
- เหมาะกับผู้ที่ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง มีรอยยุบจากแผลเป็น หรือมีหลุมสิว
- เหมาะกับผู้ที่ใบหน้ามีริ้วรอยต่าง ๆ เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือขมับตอบ
- เหมาะกับผู้ที่อยากแก้ปัญหาผิวเหี่ยวย่นบริเวณลำคอ และหลังมือ หรือเนินอกสำหรับผู้หญิง
- เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
ใครที่ไม่เหมาะกับการฉีด Radiesse
- ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ และอยู่ในช่วงให้นมบบุตร
- ไม่เหมาะกับผู้ที่เคยแพ้ Radiesse
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติการแพ้รุนแรง
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ
Radiesse ฉีดบริเวณใดได้บ้าง ?
- บนใบหน้า เช่น หน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และขมับ
- บริเวณผิวที่เหี่ยวย่น ขาดความยืดหยุ่น ไม่เต่งตึง เช่น ลำคอ เนินอกผู้หญิง และหลังมือ
- ไม่เหมาะฉีดบริเวณริมฝีปาก เพราะอาจเกิดตุ่มจากการกระตุ้นของ CaHA ได้ หากต้องการแกปัญหาของริมฝีปาก แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์จะเหมาะกว่าค่ะ
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Radiesse
- งดการจับ เกา ถู หรือนวดหน้าแรง ๆ บริเวณที่เพิ่งทำการฉีด เพื่อหลีกเลี่ยงอาการอักเสบติดเชื้อจากรูเข็มที่ยังปิดไม่สนิท
- ควรลดกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังหรือออกแรงมาก ๆ ชั่วคราว
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด หรือการโดนความร้อนหลังรักษา เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
- โดยทั่วไปหลังฉีด ผิวอาจมีลักษณะแดง ๆ สามารถประคบเย็นลดอาการได้
- หากหลังฉีดมีความจำเป็นต้องไปทำ X-rays หรือ CT Scans ต่อ ควรแจ้งแพทย์ที่ทำการรักษาว่าฉีด Radiesse® มา
Radiesse เห็นผลจริงไหม ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ผลลัพธ์จากการฉีด Radiesse แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ค่ะ
- เห็นผลทันที: หลังจากฉีด ปริมาณและเนื้อยาจะเติมเต็มวอลลุ่มของริ้วรอย และร่องลึกต่าง ๆ ให้ดูจางลงทันที
- ผลระยะยาว: หลังผ่านไปอีกราว 1 เดือน ฤทธิ์ของยาจะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวกระชับขึ้น แข็งแรงขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น ดูอิ่มน้ำ และมีวอลลุ่มมากกว่าเดิม
ผลข้างเคียงจากการฉีด Radiesse
- อาจมีรอยแดง และรอยเขียวช้ำเกิดขึ้นได้ชั่วคราว ซึ่งสามารถหายเองได้ใน 2 – 3 วัน
- อาจมีอาการคันในบริเวณที่ฉีด โดยอาการดังกล่าวสามารถหายได้เอง
- อาจมีอาการปวดบริเวณรอยเข็ม หลีกเลี่ยงการจับ เกา หรือถู เนื่องจากรูเข็มที่ยังปิดไม่สนิทอาจเกิดการติดเชื้อได้
- หากหลังฉีดมีการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ผิวหย่อนคล้อย เต็มไปด้วยริ้วรอย ไม่เปล่งปลั่งสดใสเหมือนเคย ไม่ใช่ปัญหาไร้ทางแก้อีกต่อไป ด้วยสารเติมเต็ม Radiesse ซึ่งช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวได้หลังฉีด และออกฤทธิ์กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนกับเส้นใยอีลาสตินใต้ชั้นผิวในระยะยาว ไม่เป็นก้อน ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย ซึ่งสามารถคืนความอ่อนเยาว์สู่ใบหน้าและผิวของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ มาปรึกษาและทำนัดกับเราที่ APEX ได้แล้ววันนี้


