โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยเติมเต็มใบหน้าให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ใคร ๆ ก็อยากให้ผลลัพธ์หลังฉีดอยู่ทนนานและสวยสมใจใช่ไหมคะ ? แต่รู้หรือไม่ว่าการดูแลตัวเองหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง ข้อห้ามและข้อปฏฺิบัติต่าง ๆ ที่แพทย์แนะนำนั้นสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้โปรแกรมฟิลเลอร์เข้าที่และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงต่าง ๆ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง แล้วมีข้อควรระวังอะไรบ้าง และต้องดูแลตัวเองอย่างไร
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
Toggleหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?
เพื่อให้ผลลัพธ์หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางให้ออกมาสวย ข้อห้ามและข้อปฏิบัติต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่งค่ะ เพราะพฤติกรรมบางอย่างอาจส่งผลต่อการเซตตัวของฟิลเลอร์ หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง
- ห้ามนวด กด บีบ หรือปั้นทรงคางเองเด็ดขาด: โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพราะโปรแกรมฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ อาจทำให้รูปทรงคางผิดเพี้ยนได้
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด: งดซาวน่า สตรีม อบไอน้ำ แช่น้ำอุ่นจัด หรือตากแดดแรงๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนจะทำให้โปรแกรมฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น และอาจเกิดอาการบวมเพิ่ม
- งดออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก: อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คาง ข้อห้ามนี้มีเพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำบริเวณที่ฉีด
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรับประทานของหมักดอง: อย่างน้อย 3-7 วัน เพราะจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้บวมหรือช้ำง่ายขึ้น
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด: เช่น แอสไพริน, NSAIDs (เช่น Ibuprofen), วิตามินอี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากใบแปะก๊วย (หากไม่จำเป็น หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ)
- งดการทำเลเซอร์ นวดหน้า หรือทรีตเมนต์บริเวณใบหน้าและคาง: อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
- พยายามหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ หรือนอนตะแคงทับบริเวณคาง: ในช่วง 2-3 คืนแรก เพื่อไม่ให้คางถูกกดทับจนเสียรูป
แนะนำข้อปฏิบัติหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง
การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางจะช่วยลดโอกาสในการพิจารณาทำโปรแกรมฉีดสลายฟิลเลอร์ หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาดในภายหลัง ลองมาดูข้อปฏิบัติหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง มีข้อห้ามอะไรที่ควรรู้อีกบ้างตามระยะเวลาหลังทำหัตถการดังกล่าวเสร็จสิ้น
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางใน 24 ชั่วโมงแรก
ช่วงเวลานี้สำคัญมากสำหรับการดูแลเบื้องต้นหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง และการปฏิบัติตามข้อห้าม อย่างเคร่งครัด
ข้อควรปฏิบัติ
- ประคบเย็น: หากมีอาการบวมหรือรู้สึกตึง สามารถใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งประคบเบา ๆ บริเวณที่ฉีดได้ ครั้งละ 10-15 นาที ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดอาการบวมและรอยช้ำ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส: หลังงดการจับ สัมผัส กด นวด คลึง หรือปั้นบริเวณที่ฉีดโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันโปรแกรมฟิลเลอร์เคลื่อนที่
- งดแต่งหน้า: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณที่ฉีด หรือหากจำเป็นจริง ๆ ให้แต่งหน้าเบา ๆ และทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- งดออกกำลังกายหนัก: งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดแรง เช่น การออกกำลังกายหนัก การยกของหนัก
- ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ: ช่วยให้โปรแกรมฟิลเลอร์ (โดยเฉพาะชนิด Hyaluronic Acid) อุ้มน้ำได้ดีขึ้น
- นอนหมอนสูง: การนอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าปกติเล็กน้อย อาจช่วยลดอาการบวมได้
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์: งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มอาการบวมหรือรอยช้ำ
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางใน 7 วัน
เมื่อเข้าสู่สัปดาห์แรกหลังทำ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง อาการบวมต่าง ๆ จะเริ่มดีขึ้นมาก แต่ยังคงต้องใส่ใจกับการดูแลตัวเองและข้อห้ามบางประการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โปรแกรมฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดีค่ะ
ข้อควรปฏิบัติ
- ยังคงหลีกเลี่ยงการกด นวด: แม้อาการบวมจะเริ่มลดลง แต่ยังคงต้องระมัดระวังการสัมผัสแรงๆ หรือการนวดคลึงบริเวณคาง ซึ่งยังเป็น ข้อห้าม สำคัญของ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง.
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด: งดการเข้าซาวน่า สตรีม อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน หรือการตากแดดจัดเป็นเวลานาน เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อการเซตตัวของฟิลเลอร์และทำให้บวมเพิ่มขึ้น
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และของหมักดอง: ยังคงแนะนำให้งดต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงอาการบวม
- ทำความสะอาดและบำรุงผิวอย่างอ่อนโยน: สามารถล้างหน้าและทาครีมบำรุงผิวได้ตามปกติ แต่ให้ทำอย่างเบามือ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้ดี
- สังเกตอาการ: หากมีอาการบวม แดง ร้อน คลำได้ก้อน หรือปวดผิดปกติ ควรรีบติดต่อคลินิกหรือแพทย์ทันที
- เริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้: หากไม่มีอาการบวมหรือช้ำมาก สามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ที่ไม่กระทบกระเทือนใบหน้าได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางหลัง 1 เดือน
เมื่อเวลาผ่านไปครบ 1 เดือนหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง และคุณได้ดูแลตัวเองพร้อมปฏิบัติตาม ข้อห้าม ต่าง ๆ มาอย่างดี ฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
ข้อควรปฏิบัติ
- ฟิลเลอร์เริ่มเข้าที่: โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่และผสานกับเนื้อเยื่อผิวได้ดีขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติ
- ปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการอื่น: หากต้องการทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ใบหน้า หรือหัตถการอื่นๆ บริเวณใบหน้า ควรแจ้งแพทย์หรือผู้ให้บริการทุกครั้งว่ามีการฉีดฟิลเลอร์มา
- ดูแลผิวพรรณ: ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อช่วยคงสภาพผิวและผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ให้อยู่นานขึ้น
- นัดติดตามผล (Follow-up): ควรเข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลลัพธ์ของ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง และดูว่าจำเป็นต้องมีการปรับแต่งเพิ่มเติมหรือไม่
กิจกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง
เพื่อให้ฟิลเลอร์คางที่คุณเพิ่งไปฉีดมาเข้าที่สวยงาม ไม่เคลื่อนตัว และลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำหรือผลข้างเคียงอื่น ๆ มีกิจกรรมหลายอย่างที่คุณควร “พักก่อน” หรือหลีกเลี่ยงไปเลยในช่วงแรก ๆ เช่นกิจกรรมต่อไปนี้
- การออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก
- กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความร้อนสูง
- การรับประทานของหมักดอง อาหารรสจัด หรืออาหารที่กระตุ้นการอักเสบ
- การทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า
- การนอนคว่ำหรือนอนตะแคงทับบริเวณคางโดยตรง
- การอ้าปากกว้างเกินไป หรือแสดงสีหน้าอย่างรุนแรงซ้ำ ๆ
- การว่ายน้ำในสระสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ
การดูแลตนเองหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง
หลังจากตัดสินใจทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นอยู่กับเราไปนาน ๆ และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์นะคะ มาดูกันว่าเราควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง
- ประคบเย็นในช่วงแรก: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก หากมีอาการบวมหรือรู้สึกตึง ๆ บริเวณที่ฉีด สามารถใช้เจลเย็นหรือผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งประคบเบา ๆ ได้เป็นระยะ เพื่อช่วยลดอาการบวมและรอยช้ำ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด หรือนวดบริเวณคาง: โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฉีด การสัมผัสแรง ๆ อาจทำให้โปรแกรมฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือรูปทรงคางเปลี่ยนไปได้
- งดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสูง: เช่น การเข้าซาวน่า สตรีม อบไอน้ำ แช่น้ำอุ่นจัด หรือตากแดดแรง ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดออกกำลังกายหนัก: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ควรงดการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมาก เพราะอาจทำให้เกิดรอยช้ำหรือบวมมากขึ้นได้
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และของหมักดอง: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์และรับประทานของหมักดอง อย่างน้อย 3-7 วันหลังฉีด เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว อาจเกิดอาการบวมแดง หรือรอยช้ำได้ง่ายขึ้น
- ดื่มน้ำมาก ๆ: การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง: หากแพทย์จ่ายยาแก้ปวด ลดบวม หรือยาฆ่าเชื้อ ควรรับประทานตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
- ทำความสะอาดใบหน้าอย่างอ่อนโยน: ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน และล้างหน้าเบา ๆ
- สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีอาการบวมแดงร้อนผิดปกติ ปวดมาก หรือมีหนอง ควรรีบติดต่อคลินิกหรือแพทย์ทันที
- นอนหมอนสูงเล็กน้อย: ในช่วง 2-3 คืนแรก การนอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าปกติเล็กน้อย อาจช่วยลดอาการบวมได้บ้าง และพยายามหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือตะแคงทับบริเวณคาง
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางห้ามทานอะไรบ้าง ?
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง การเลือกรับประทานอาหารก็มีส่วนสำคัญในการช่วยลดอาการบวมและให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี อาหารที่ไม่ควรทานหลัก ๆ คือกลุ่มที่มีโซเดียมสูง เช่น ส้มตำ อาหารหมักดองต่าง ๆ เช่น กิมจิ ผักกาดดอง มะม่วงดอง อาหารแปรรูป และของเค็มจัด เพราะโซเดียมจะทำให้ร่างกายอุ้มน้ำมากขึ้น ส่งผลให้บริเวณที่ฉีดเกิดอาการบวมได้ง่ายและนานขึ้น นอกจากนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดก็ควรงดไปก่อน เพราะจะกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและขยายหลอดเลือด ทำให้เสี่ยงต่ออาการบวมและรอยช้ำเพิ่มขึ้น รวมถึงอาหารรสเผ็ดจัดที่อาจกระตุ้นการอักเสบได้ การหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ในช่วง 3-7 วันแรกจะช่วยให้กระบวนการฟื้นตัวเร็วขึ้นค่ะ
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง นอนตะแคงได้ไหม ?
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์นอนตะแคงได้ไหม ? โดยทั่วไปแล้ว ในช่วง 2-3 คืนแรกหลังฉีด แพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดทับบริเวณคางโดยตรง ซึ่งอาจทำให้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซตตัวดี เคลื่อนที่หรือเสียรูปทรงที่ปั้นไว้ได้ค่ะ
ท่านอนที่เหมาะสมที่สุดคือการนอนหงาย และอาจใช้หมอนเสริมด้านข้างเพื่อช่วยประคองไม่ให้เผลอพลิกตัว หลังจากผ่านช่วง 2-3 วันแรกไปแล้ว และอาการบวมหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คางเริ่มลดลง การนอนตะแคงก็สามารถทำได้ แต่ก็ควรระมัดระวังไม่ให้กดทับคางเป็นเวลานาน ๆ นะคะ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานก็สำคัญเช่นกัน ลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่ไหนดี เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมจากแพทย์ค่ะ
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง เท้าคางได้ไหม ?
โดยทั่วไปแล้วหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง มีข้อห้ามที่แนะนำคือ หลีกเลี่ยงการเท้าคาง โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก หรือจนกว่าโปรแกรมฟิลเลอร์จะเข้าที่เข้าทางดีค่ะ เพราะการเท้าคางจะทำให้เกิดแรงกดโดยตรงไปยังบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาจส่งผลให้ฟิลเลอร์ที่ยังอยู่ในช่วงกำลังเซ็ตตัวและผสานเข้ากับเนื้อเยื่อผิว เกิดการเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง รูปทรงที่ปั้นไว้อาจเปลี่ยนไป หรือเกิดความไม่สมมาตรได้ค่ะ พยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมนี้ไปก่อนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามที่ตั้งใจไว้นะคะ
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางหายบวมกี่วัน ?
อาการบวมหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางเป็นเรื่องปกติที่พบได้ค่ะ โดยส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นอาการบวมชัดเจนในช่วง 1-3 วันแรกหลังฉีด จากนั้นจะค่อย ๆ ยุบลงอย่างเห็นได้ชัดภายในประมาณ 5-7 วัน และมักจะหายบวมเกือบสนิทภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย ปริมาณที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังฉีดด้วย หากหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางทำตามข้อห้ามและข้อปฏิบัติแล้วอาการบวมยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาค่ะ
สรุป หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง มีข้อห้ามอะไรบ้าง
หลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง มีข้อห้ามที่สำคัญ คือ ห้ามกด นวด หรือปั้นทรงคางเอง และหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด การออกกำลังกายหนัก แอลกอฮอล์ และของหมักดองในช่วงแรก เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่และลดอาการบวม อาการบวมเป็นปกติจะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ โดยควรประคบเย็นในช่วงแรก ดื่มน้ำมาก ๆ และนอนหมอนสูง การดูแลตัวเองตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ผลลัพธ์สวยงามและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง หากสนใจโปรแกรมฟิลเลอร์คาง ที่ APEX สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้ค่ะ
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080 500 0123
- Line : https://lin.ee/mDmt5oV
- IG : apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Youtube : Apex.beautyclinic
- X : ApexProfound
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
*ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับสาขาเพลินจิตเท่านั้น
อ้างอิง
Farmah, D. (2023, August 24). Chin filler aftercare: Your ultimate guide. Dr Aesthetica. https://draesthetica.co.uk/ask-aesthetica/chin-filler-aftercare/
Harley Academy. (2023, November 28). Chin filler technique: Lateral to medial approach. https://www.harleyacademy.com/aesthetic-medicine-articles/chin-filler-technique-lateral-to-medial-approach/
Doctor Tony Clinic. (n.d.). Chin filler injections – Facial design reshaping without surgery. https://doctortonyclinic.com/en/chin-filler-injections/





