เทรนด์ฉีดฟิลเลอร์ นับเป็นอีกหนึ่งหัตถการด้านความงามที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะฟิลเลอร์มีคุณสมบัติช่วยเติมเต็มผิวและริ้วรอยต่าง ๆ ให้ดูอิ่มเต็ม ทั้งยังสามารถช่วยปรับรูปหน้า รูปทรงริมฝีปาก จมูก คาง และแก้สารพัดปัญหารอบดวงตา ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงหันมาสนใจการฉีดฟิลเลอร์กันมากขึ้น ซึ่งฟิลเลอร์ที่นิยมฉีดกันในปัจจุบันคือฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวค่ะ เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง สามารถสลายตัวได้เองโดยไม่ทิ้งสารตกค้าง ชนิดที่นิยมฉีดทั่วไปคือ กรดไฮยาลูรอนิก หรือเรียกสั้น ๆ ว่า HA ทว่านอกจาก HA แล้วยังมี Radiesse ซึ่งเป็นฟิลเลอร์อีกชนิดที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่ Radiesse จะสามารถช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวอย่างต่อเนื่องได้ด้วย
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
Toggleฟิลเลอร์ คืออะไร ?
ฟิลเลอร์ คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อทดแทนวอลลุ่มที่ผิวสูญเสียไปตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการยุบตัวของกระดูกตามช่วงวัย รวมถึงสูญเสียไขมันชั้นลึกและไขมันชั้นตื้น อันเกิดจากการเสื่อมของคอลลาเจนกับเส้นใยอีลาสติน ทั้งหมดนำมาซึ่งปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึก ร่องตื้น และความเหี่ยวย่น โดยฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัยสูงและได้รับการรับรองจาก FDA และอย.ไทยในปัจจุบันคือฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราว ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์จากธรรมชาติชื่อว่า “กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) หรือ HA” ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบอยู่ใต้ชั้นผิวของมนุษย์อยู่แล้ว จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ทั้งยังสามารถสลายตัวได้เองแบบไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ
โดยฟิลเลอร์ชนิด HA นอกจากช่วยเติมร่องลึก ริ้วรอย และทำให้ใบหน้ากลับคืนสู่ความอ่อนเยาว์ดูมีน้ำมีนวลแล้ว ยังใช้ฉีดเพื่อปรับแก้ให้กรอบหน้าชัด หรือเรียวกระชับขึ้น ฉีดใต้ตาเพื่อแก้ปัญหารอบดวงตา ทั้งตาคล้ำ ตาลึกโหล และริ้วรอย หรือฉีดปากเพื่อปรับแต่งทรงริมฝีปากได้ตามต้องการ พร้อมทั้งแก้ปากคล้ำและปากแห้งอีกต่อ
นอกจาก HA แล้ว ปัจจุบันยังมีฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวอีกตัว เรียกว่า “Radiesse” ซึ่งสารประกอบหลักจะเป็น “แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxyapatite Microsphere: CaHA) หรือ คาฮ่า” โดยเป็นสารสังเคราะห์ที่พบได้ในเนื้อเยื่อกระดูกของมนุษย์เช่นเดียวกันค่ะ จึงเข้ากันได้กับร่างกายอย่างปลอดภัย ทั้งสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ 100% เหมือนกัน ทว่า Radiesse นอกจากมีคุณสมบัติเป็นสารเติมเต็มเพื่อลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก ร่องตื้น เพิ่มวอลลุ่มของผิวแล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็น Biostimulator ด้วย นั่นก็คือสามารถกระตุ้นให้เกิดกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวในระยะยาวได้อีกต่อ เมื่อเวลาผ่านไปผิวก็จะยิ่งได้รับการฟื้นฟูให้อ่อนเยาว์ขึ้นเรื่อย ๆ อย่างล้ำลึกนั่นเอง
ฉีดฟิลเลอร์อยู่ได้นานไหม ?
- สำหรับฟิลเลอร์ HA ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด หากบริเวณนั้นยิ่งขยับบ่อย ฟิลเลอร์ก็จะสลายตัวค่อนข้างเร็ว นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้ด้วยค่ะ โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ที่ 6 – 24 เดือน
- สำหรับ Radiesse ระยะเวลาขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคลเช่นกัน หากอายุมาก หรือปัญหาของสภาพผิวค่อนข้างหนัก ระยะก็อาจจะสั้นลง ซึ่งผลลัพธ์จากการฉีด Radiesse โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12 – 18 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล
- ฟิลเลอร์ HA จะเห็นผลทันทีหลังฉีด จากนั้นต้องให้ฟิลเลอร์ในบริเวณที่ฉีดเข้าที่โดยสมบูรณ์ภายใน 1 – 2 สัปดาห์
- Radiesse จะเห็นผลในเรื่องของการเติมเต็มวอลลุ่มผิว ริ้วรอยดูตื้นขึ้น และกระชับทันทีหลังฉีดเช่นกัน จากนั้นผลลัพธ์เรื่องงานผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และชัดเจนเต็มที่ในเดือนที่ 3 – 6 หลังฉีด ซึ่งเป็นผลจากกระบวนการกระตุ้นให้ผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิว ทว่า Radiesse อาจต้องฉีดติดต่อกัน 1 – 3 ครั้ง ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินตามรายเคสว่ามีปัญหาผิวมากหรือน้อย
ฉีดฟิลเลอร์ตัวไหนดี ?
แม้ฟิลเลอร์ HA และ Radiesse จะเป็นสารเติมเต็มสำหรับฉีดเข้าสู่ชั้นผิวเหมือนกัน ทว่ามีความแตกต่างกันอยู่ไม่น้อย โดย HA มักนิยมฉีดบริเวณใบหน้ามากกว่า ในเรื่องเติมเต็มวอลลุ่มผิวมักเหมาะกับจุดที่ไม่ลึกมาก ซึ่งฉีดได้ทั้งขมับ หน้าผาก ใต้ตา หน้าแก้ม ร่องแก้ม จมูก ริมฝีปาก คาง และกรอบหน้า ซึ่งช่วยเรื่องของความกระชับ ริ้วรอย ความอ่อนเยาว์ และสามารถใช้แก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ บนใบหน้าได้ดี
สำหรับฟิลเลอร์ Radiesse เนื้อจะมีความหนืดกว่า จึงเหมาะกับบริเวณร่องลึกและผิวที่ขาดวอลลุ่มมาก ช่วยเติมเต็มริ้วรอย แผลเป็น หลุมสิว เรื่องความกระชับ และดูอ่อนเยาว์ลงเช่นกัน แต่ไม่สามารถใช้ฉีดเพื่อปรับรูปทรงของริมฝีปากได้เหมือนฟิลเลอร์ HA ซึ่งคุณสมบัติของ Radiesse ที่ต่างจาก HA คือสามารถกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวได้ด้วย
Radiesse คุ้มค่า มากกว่าแค่ฉีดฟิลเลอร์
สารประกอบสำคัญใน Radiesse คือ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxyapatite Microsphere: CaHA) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “คาฮ่า” ซึ่งคาฮ่าที่ว่านี้สามารถพบได้ในเนื้อเยื่อกระดูกของเรา จึงเข้ากันได้กับร่างกายโดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และไม่เกิดการต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกัน เป็นฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวที่สลายตัวเองได้ตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้าง ซึ่ง Radiesse ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากทั้ง EU FDA, US FDA และอย.ไทย
ทั้งนี้คาฮ่ามีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนทั้ง Type 1 และ Type 3 รวมถึงเส้นใยอีลาสตินที่สำคัญต่อความยืดหยุ่นของผิว นอกจากนี้ยังช่วยสร้างหลอดเลือดใต้ชั้นผิว ทำให้สารอาหารหล่อเลี้ยงผิวได้มีประสิทธิภาพขึ้น และยังเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงผิวให้ชุ่มชื้นและคืนตัวได้ดีอีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากช่วยเติมเต็มวอลลุ่มผิวแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของผิวตั้งแต่ระดับโครงสร้างเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งหลักการทำงานในเชิง Biostimulator ของ Radiesse คืออนุภาคคาฮ่าจะเข้าจับกับไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) หรือเซลล์ต้นกำเนิดคอลลาเจนโดยตรง จากนั้นจึงกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนชุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามการฉีด Radiesse อาจต้องฉีดต่อเนื่องกันตั้งแต่ 1 – 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเว้นระยะห่างทุก 1 เดือน ซึ่งจำนวนครั้งมากน้อยแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินจากปัญหาสภาพผิว โครงสร้างผิว รวมถึงผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละเคสค่ะ
ฉีด Radiesse ต้อง ที่ APEX
ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ HA หรือฟิลเลอร์ Radiesse ที่ APEX เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดปรับรูปหน้าที่พร้อมดูแลทุกเคสอย่างเต็มที่ค่ะ แพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคโครงสร้างใบหน้า ซึ่งจะรับฟังปัญหาและความต้องการของคุณ จากนั้นจึงค่อยวิเคราะห์ใบหน้า สภาพปัญหาผิว ออกแบบการรักษารวมถึงเทคนิคการฉีดกับปริมาณยาที่ต้องใช้อย่างแม่นยำที่สุด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติ และตรงกับที่ลูกค้าคาดหวัง
ที่ APEX เราใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย FDA และอย.ไทย รวมถึงนำเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาให้บริการเท่านั้น คุณจึงมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ดี หากคุณกำลังมองหาคลินิกสำหรับฉีดฟิลเลอร์ หรือ Radiesse ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ APEX เปิดให้บริการด้านความงามแบบครบวงจรมานานกว่า 28 ปี สามารถสอบถามโปรโมชั่นหรือปรึกษาคุณหมอก่อนฉีดได้ค่ะ


