หากจะพูดถึงการลดสัดส่วนในร่างกายโดยไม่เจ็บตัว ไม่ต้องออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหาร การทำ CoolSculpting ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดย CoolSculpting เทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็นนี้ เป็นวิธีการลดสัดส่วนได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน จนทำให้คลินิกความงามหลาย ๆ แห่งนำมาให้บริการ แต่หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ให้บริการ CoolSculpting ว่าจะทำ CoolSculpting ที่ไหนดี ครั้งนี้เรามีวิธีที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้น และทำให้คุณให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและปลอดภัยมาฝากกัน
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
ToggleCoolSculpting คืออะไร ?
CoolSculpting คือเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็นที่ได้รับการพัฒนาโดยทีมแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School) โดยใช้หลักการส่งความเย็นในระดับจุดเยือกแข็ง -11 ถึง -13 °C ผ่านผิวหนังลงไปในชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) ในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งความเย็นนี้จะทำให้เซลล์ไขมันซึ่งเป็นเซลล์ที่ไม่ทนต่อความเย็นค่อยๆ ตายลง (Apoptosis) จากนั้นซากของเซลล์ไขมันจะถูกเม็ดเลือดขาวมาย่อยสลายและขับออกผ่านกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย
ทั้งนี้ CoolSculpting ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะเป็นวิธีการลดสัดส่วนที่ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ในการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นวิธีการลดส่วนแห่งอนาคตเลยก็ว่าได้
ทำ CoolSculpting เหมาะกับใคร
การลดสัดส่วนด้วยการทำ CoolSculpting เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับคนเหล่านี้
- ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณใหญ่ๆ เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นขา ต้นแขน
- คุณแม่หลังคลอดที่ต้องการคืนรูปร่าง
- ผู้ที่ออกกำลังกายแต่ยังมีไขมันส่วนเกินที่กำจัดไม่ได้
อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย หากต้องการทำ CoolSculpting เพื่อลดสัดส่วนบนร่างกาย ก็แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ CoolSculpting Specialist ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำได้อย่างหายห่วงค่ะ
ข้อดีของการทำ CoolSculpting
นอกจากผลลัพธ์ในการทำ CoolSculpting ที่ดีกว่าการลดสัดส่วนด้วยวิธีอื่น ๆ CoolSculpting ก็ยังมีข้อดีอีกมากมาย อาทิ
- ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก US FDA
- มีผลงานวิจัยพิสูจน์ประสิทธิภาพจากสถาบันระดับโลก
- ใช้เวลาทำเพียง 35 นาที – 1 ชั่วโมง
- ไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
- ไม่ใช่การผ่าตัด จึงไม่มีบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้น
ข้อจำกัดในการทำ CoolSculpting
แม้ข้อดีของการทำ CoolSculpting จะมีมากมาย แต่การลดสัดส่วนด้วยวิธีนี้ก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่สำคัญด้วยเช่นกัน ได้แก่
- ผู้ที่มีอาการแพ้ความเย็นจัด
- ผู้ที่ผ่าตัดบริเวณที่ต้องการทำ CoolSculpting ภายใน 6 เดือน
- ผู้ที่มีภาวะใส้เลื่อนบริเวณหน้าท้อง
อย่างไรก็ตามหากไม่มั่นใจว่าตัวเองสามารถทำ CoolSculpting ได้หรือไม่ ก็สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจได้เช่นกัน
CoolSculpting ปลอดภัยหรือไม่
เมื่อเปรียบเทียบกับการลดสัดส่วนด้วยวิธีอื่นๆ แล้ว CoolSculpting ถือเป็นเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็นที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากไม่ต้องผ่าตัดหรือเจาะผิวเพื่อนำไขมันออกจากร่างกาย แต่ใช้กระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดไขมันส่วนเกิน ด้วยเหตุนี้จึงไม่ทำให้เกิดรอยแผลหรือพังผืดใต้ชั้นผิวหนังเหมือนการดูดไขมัน ซึ่งอาจเกิดผลข้างเคียงได้มากกว่า
นอกจากนี้ CoolSculpting ยังได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการลดสัดส่วนในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก และต้นแขน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ
CoolSculpting เจ็บไหม
ในระหว่างการทำ CoolSculpting จะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด จะมีเพียงความรู้สึกตึงๆ บริเวณผิวเท่านั้น จึงไม่ต้องใช้ยาชาหรือยาสลบเพื่อระงับอาการเจ็บปวด หลังจากทำเสร็จแล้วก็ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมตามปกติได้เลย
CoolSculpting ทำแล้วเห็นผลเลยไหม
CoolSculpting เป็นเทคโนโลยีการกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยความเย็นที่คุณสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ในการทำแต่ละครั้งจะสามารถกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากบริเวณที่ทำได้ 20-30% ของไขมันส่วนเกินที่บีบจับได้ในบริเวณนั้นๆ โดยจะเริ่มเห็นรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นหลังจากทำไปแล้ว 1-3 เดือน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ทำ CoolSculpting ที่ไหนดี
การเลือกคลินิกทำ CoolSculpting ที่ดีนั้นควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์และทีมงาน
- เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำ CoolSculpting
- ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ CoolSculpting
- บริการและการดูแลหลังการทำ CoolSculpting
นอกจากนี้ ในปัจจุบัน CoolSculpting ได้มีการพัฒนาไปอีกขึ้นจนเกิดขึ้นเป็นเทคโนโลยี CoolSculpting Elite ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยให้กำจัดไขมันได้มากขึ้นถึง 35% ในแต่ละครั้งที่ทำ และยังใช้เวลาในการทำที่สั้นลงอีกด้วย
ที่ APEX มีประสบการณ์ในการทำ CoolSculpting โดยทีมแพทย์และทีมงานของ APEX มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในการทำ CoolSculpting จึงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและปลอดภัย ไม่เพียงเท่านั้น APEX ยังใช้เทคโนโลยี CoolSculpting Elite ล่าสุดในการให้บริการ ซึ่งช่วยให้กำจัดไขมันได้มากขึ้นและใช้เวลาในการทำที่สั้นลง
หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์การสลายไขมันด้วยความเย็นกับ CoolSculpting ที่ดีที่สุดในไทย APEX จะช่วยให้คุณบอกลารูปร่างที่ไม่ได้ดั่งใจและก้าวสู่คุณคนใหม่ที่มั่นใจกว่าเดิม ด้วยเครื่อง CoolSculpting Elite ของแท้ และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ประจำอยู่กว่า 54 สาขาทั่วประเทศ


